อะไรที่บอกว่าเราอยู่คนเดียวได้แล้ว?

วันนี้ไปเจอปิ่น (เพื่อน) มา
ปิ่นผู้กำลังตัดสินใจกับการจะออกมาอยู่คนเดียวดีไหม ถามเราว่า
“นานแค่ไหนกว่ามึงจะอยู่คนเดียวได้โอเค?”

น่าจะเป็นครั้งแรกที่มีคนถามคำถามนี้

1 ปี” คือคำตอบที่เราบอกปิ่นไป

ทั้งที่ลึกๆ เรายังไม่แน่ใจในคำตอบ
มันตอนไหนกันแน่ๆ นะ ที่เรารู้สึกว่าอยู่ได้แล้วจริงๆ

  • 1 ปี ที่ยอมรับได้แล้วว่าคอนโด/บ้าน สร้างได้ พังได้ ก็ซ่อมได้
    เราใช้เวลา 6 เดือนแรกร้องไห้กับ defect ห้องคอนโดที่เจอหลังจากเข้าอยู่
    ห้องครัว ห้องนอน พื้น หน้าต่าง สลับมาให้น้ำตาไหล เพราะไม่มีความรู้ ไม่ได้เตรียมใจว่าจะเจอ
    ในวันนั้น ทุกคนก็บอกว่าซ่อมได้ ไม่ต้องกังวล มีรุ่นพี่คนหนึ่งบอกว่า
    “ของที่มันไม่ได้สำเร็จมาจากโรงงาน ยังไงมันก็ซ่อมได้ ปกติ”
    แต่ในใจเราเหมือนทุกอย่างมันพังทลายไปหมด
    หนีกลับไปนอนห้องพี่บ้าง กลับห้องดึกบ้าง คืออาการช่วงนั้น
    มีโทรปรึกษานักจิต เค้าก็แนะนำให้เราหาไรทำ จะได้ไม่เพ่งแต่ defect มาก
    ยิ่งช่วงนั้น work from home อย่างเดียว ก็อาจจะเห็นบ่อย จนเสียสติ
    ช่วงนั้นไม่คิดเลยว่าจะผ่านมาได้ ร่ำๆ จะขายคอนโดนี้เลยด้วยซ้ำ

    แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้…..
    สิ่งที่ช่วยเซฟเราไว้ มี 2 อย่าง 1. คือการดูคลิป Renovate คอนโด/บ้าน
    การเห็นการโละฝ้า ผนัง ทำสายไฟ ห้องที่มีแต่ปูนจริงๆ
    มันทำให้เห็นว่าทุกอย่าง คือจัดสร้างขึ้นมาจริงๆ และมันซ่อมได้อย่างที่ทุกคนบอกไว้
    อีกอย่างคือ การอยู่ในกรุ๊ปไลน์คอนโด ที่จะเห็นคนมาแชร์ปัญหาที่เจอ
    การที่ได้เห็นว่าเราไม่ได้ซัฟเฟอร์อยู่คนเดียว นี่มันคือพลังใจขั้นสูงมากนะ
    และยิ่งดีมากที่คนในคอนโดก็ช่วยมาแชร์โซลูชันกัน เลยรู้สึกว่ามันโอเคกว่าที่คิด
    เหมือนเราเชื่อได้อย่างหมดใจว่า ปัญหาเป็นเรื่องปกติและซ่อมได้

Youtube และกรุ๊ปไลน์คอนโด เพื่อนพึ่งพาทางกายภาพและทางใจ

  • 10 เดือนที่เราเริ่ม belong กับที่แห่งนี้
    มีช่วงสายของวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม ที่เรายืนมองห้องนอนตัวเอง
    แล้วรู้สึกว่า “นี่มันเป็นบ้านของเราแล้วจริงๆ”
    วันนั้นราวแขวนกระเป๋าอัดแน่นด้วยกระเป๋าผ้าวางอยู่ข้างๆ เตียง
    ที่พื้นมีเก้าอี้พักขาสีน้ำตาลเข้ม พร้อม macbook เปิดวางกางอยู่
    ที่รีดผ้าลายตารางสีเทาวางพิงผนัง พร้อมกับมีกรอบรูปสีขาวพิงไว้คู่กัน
    เตียงสีเบจที่ผ้ายับยู่ยี่ ผ้าห่มร่นอยู่ปลายเตียงไม่ได้พับเก็บ
    มันเป็นโมเม้นท์นั้นจริงๆ ที่เรารู้สึกว่าเห็นชีวิตเราอยู่ในทุกๆ element ในห้อง
    ทั้งที่ห้องมันรก ไม่ได้จัด ไม่ได้อยู่ใน reference ใดๆ
    แต่มันสุดแสนจะอิสระ ทุกๆ อาณาบริเวณในห้องมีตัวตนเราอยู่จนเต็ม
    และเรารู้สึกอย่างนี้เช่นกันกับพื้นที่อื่นๆ ในห้อง

    เฟอร์นิเจอร์หลายตัวในห้อง ที่ตอนแรกถูกจัดวางไว้สวยงาม
    ถูกย้ายที่ จัดมุมใหม่ให้เหมาะกับการใช้ชีวิต
    ชีวิตในแบบคนอยู่คนเดียว ที่เราค่อยๆ เห็นตัวเองมากขึ้นเมื่อได้มาอยู่

    อันนี้คงไม่ได้มีตัวช่วยอะไร เราแค่ใช้ชีวิตอยู่ในที่แห่งนี้
    และเราไว้วางใจมันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่แต่ก่อนจะหยิบจับอะไร
    จะทำอะไรสักอย่างมันก็ดูเก้ๆ กังๆ กลัวๆ ไปซะหมด
    แต่วันนี้เรารอดมาได้อย่างประจักษ์ โดยที่ห้องไม่พัง เราไม่พัง
    เราติดต่อช่างเป็น เราทำความสะอาดห้องได้ เราทำงานในนี้ได้
    ดูซีรีย์ในนี้ ทำอาหารในนี้ เราอยู่ในนี้ในทุกวัน

    เราเคยบ่นกับพี่มะปราง (พี่ที่ออฟฟิศ) ในช่วงแรกๆ ที่ย้ายมาอยู่คนเดียวว่า
    “เรารู้สึกไม่ belong กับที่นี่เลย”
    แต่วันนี้ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้เราเริ่มรู้สึกว่าที่นี่เป็นของเรา
    เพราะเราค่อยๆ ประทับตัวตนของเราเข้าไปด้วยตัวเอง
    (ตอนนั้นก็งอแงอ่ะ พึ่งมาอยู่จะ belong ได้ไง งองเนอะ)

ชีวิตเดี่ยว ย้ายได้ – ขยับได้ – จนกว่าจะลงล็อค เช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์

  • 6 เดือน กับการฝึกใส่ใจรายละเอียดของชีวิต
    เคยถูกตัดน้ำ เพราะลืมจ่ายค่าน้ำ
    เคยไม่มีน้ำกินเพราะลืมซื้อ และออกไปซื้อไม่ได้
    เคยลืมขอสัญญาเงินกู้
    และอีกหลายๆ ดีเทลที่เราเคยมีประสบการณ์หลงลืม หลังจากย้ายมาอยู่แรกๆ
    เลยต้องฝึกใส่ใจวางแผนทั้งหมด เพราะไม่มีใครมาดูแลเราอีกแล้ว
    สำหรับเรา การอยู่คนเดียวเลยเป็นการฝึกจัดการรายละเอียดในชีวิต
    ซึ่งมันมีเยอะกว่าที่เราคาด และถ้าเราเคยอยู่อย่างมีคนดูแล
    เราจะไม่เฉลียวใจว่า อ้าว อันนี้ก็ต้องทำเหรอ

    การอยู่คนเดียว มันคงเป็นเกมระยะยาวมาก
    โดยเฉพาะเรื่องเงินที่ต้องจัดสรร เผื่อเหตุฉุกเฉินใดๆ
    ซึ่งกว่าเราจะจัดการกับตัวเองได้ ค่อยๆ เปลี่ยนนิสัย มาวางแผนชีวิตมากขึ้น ก็ใช้เวลาสักพัก
    เคล็ดลับคือ ต้องถามเยอะๆ why what how ท่องไว้ติดตัว
    เพราะเวลาที่เราไม่มีความรู้ ก็คือไม่รู้จะถามอะไรเลยด้วยซ้ำ 5555
    แต่อย่ายอมแพ้นะ

เอาเข้าจริงก็ไม่แน่ใจว่า คำว่าอยู่คนเดียวได้โอเคมันวัดด้วยอะไร
แต่ถ้าเอาอาการที่เราแสดงออกวันนี้ คำว่าโอเคของเราน่าจะประมาณนี้
– ไม่อยากหนีไปนอนกับพี่สาวอีกแล้ว
– อยากกลับห้อง อยากอยู่ในห้อง
– เจอปัญหา search google / youtube ไม่กลัว
– มี routine การดูแลห้อง การซื้อของเข้าห้อง กันหลงลืม
– เราเริ่มรู้แล้วว่าเฟอร์/ของชิ้นไหน จำเป็นต้องมีสำหรับเรา และอันไหนไม่ต้องมี

ถึงเราจะใช้เวลากว่าปี แต่นี่คงเป็นสิ่งที่น่าดีใจที่สุดในวัยต้น 30
ที่วันนี้เราอยู่คนเดียวได้อย่างเต็มเนื้อเต็มตัว
อยู่คนเดียว ที่เท่ากับ การพึ่งพาตัวเองได้
ทั้ง ปัจจัย 4 เงิน การงาน ความสัมพันธ์ สุขภาพ ความสุข ฯลฯ
ทุกอย่างที่มันต้อง on my own เราเริ่มคุ้นเคยกับมันแล้ว
คงไม่กล้าพูดว่าเก่งหมดแล้ว แต่อย่างน้อยวันนี้ก็มั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม

สิ่งเดียวที่อยากบอกกับตัวเองถ้าต้องย้ายในอนาคต
หรือเพื่อนที่กำลังจะย้ายมาอยู่คนเดียว
“ใจเย็นๆ กับบ้าน กับตัวเอง ค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวมันจะลงตัว”


ต้องขอบคุณเพื่อน พี่ ครอบครัว ที่ดูแลกันมาแหละ
ตอนย้ายเข้าคือหนักมาก เคยคิดว่าก็แค่ย้ายของเข้ามา ก็จบ
แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเป็นการพาชีวิตเราไปสู่มิติใหม่ขนาดนี้
จนไม่รู้ว่าจะผ่านมาได้ไงถ้าไม่มีคนข้างๆ
ถึง อยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวจนเกินไป

ย้อนกลับไปอ่าน บันทึกวันที่ร้องไห้จนตัวโยน
หลังจากย้ายมาอยู่คนเดียวไม่นาน
Chaos ครั้งนี้ แค่ไม่หนีก็ดีใจมากๆ แล้ว คลิก

Leave a comment