ปลายปี 2566 เราไปเที่ยวญี่ปุ่นคนเดียว
เป็นการไปเที่ยวคนเดียวในรอบหลายปี
เป็นทริปที่ตั้งใจ ตั้งตา และตื่นเต้น เฝ้ารอตั้งแต่ต้นปี
คิดถึงบรรยากาศที่ทำอะไรด้วยตัวเอง ได้พึ่งพาตัวเอง
ได้ทำอะไรที่อยากทำ ได้สปอยตัวเองเต็มที่
การไปเที่ยวคนเดียว ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเรา
ก่อนโควิด ถือเป็น Ritual ว่าต้องมี Solo Trip ปีละครั้ง
เพื่อชาร์ตพลัง เพื่อดึงตัวเองกลับมา เพื่อมีเวลาให้ตัวเอง
แต่หลังจากกลับมาจากทริปครั้งนี้
เราคิดกับตัวเองเบาๆ แต่ชัดเจน “เราไม่อยากเที่ยวคนเดียวอีกแล้ว”
เกิดอะไรขึ้น?
เราพบว่า เราให้ความหมายการท่องเที่ยวเปลี่ยนไป
Priority ชีวิตไม่เหมือนเดิม โดยที่เราไม่รู้ตัว
ท่ามกลางบรรยากาศคริสมาสต์ แยกชิบุย่า ซูชิจานหมุน สวนสาธารณะ
เราคิดถึง “คนข้าง ๆ ที่จะมาสร้างความทรงจำด้วยกัน”
ไม่รู้เรียกว่าเหงาไหมนะ?
รู้เพียงว่า ความทรงจำในทริปที่มีเราแค่คนเดียว มันแห้งแล้ง ไม่น่าจดจำเท่ามีใครอยู่ข้าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อนก็ตาม
ความคิดนี้เกิดขึ้น ในระหว่างวันที่เรารู้สึกว่า
กินอาหารญี่ปุ่น ก็เท่านี้
ไปเที่ยวตึก เที่ยวสวน ก็เท่านี้
ที่เค้าว่าอร่อย ที่เค้าว่าสวย ก็ประมาณนี้เอง
เหมือนพอถึงวันนี้ที่เรามีอิสระ ดูแลตัวเองได้ พึ่งพาตัวเองได้เต็มที่ ความพิเศษจากการสปอยตัวเองๆ เหมือนความตั้งใจตอนเด็ก ๆ มันจำเป็นน้อยลงไปเยอะ
สิ่งจำเป็นกว่านั้น กลับกลายเป็น การสร้างประสบการณ์ดี ๆ บนโลกใบนี้ ร่วมกับคนรอบข้าง คนที่รัก ด้วยเรื่องราวที่เราสร้างขึ้นร่วมกัน
ทำให้การเดินทางน่าจดจำ อิ่มเอมใจ และการมีชีวิตอยู่มีความหมาย
แปลกดี ไม่ว่าจะกี่ทริปก่อนหน้านั้น เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย
คงไม่ทันรู้ตัว ว่าเราเข้าสู่จังหวะที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์มาก ๆ
และอยากสร้างความทรงจำเก็บไว้เยอะ ๆ
สำหรับคนที่โลกส่วนตัวสูงมาตลอด
การยอมแลกพื้นที่เหล่านั้นกับความทรงจำร่วมกับคนอื่น ๆ
คงเป็น another coming of age ล่ะมั้ง

บางทีเราก็ชอบตัดสินใจอะไร โดยใช้ Pattern ความคิดเดิม
โดยไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่เราให้คุณค่ามันเปลี่ยนไปแล้ว
That’s Life
…
ช่วงท้ายทริปมีเพื่อนมาเดินเที่ยวด้วยกัน
ตอกย้ำสิ่งที่คิดข้างบนได้อย่างดี ขอบคุณนะ
โมเม้นท์นั้น https://youtu.be/t_5t5wLXDjA?si=AVOm-8H1Z6W0-VMW



