นักสื่อสารในแบบที่ไม่เป็นใครเลย

ปีนี้เข้าปีที่ 9 ที่เราทำงานด้าน Communications มา
เทรนด์การสื่อสารเปลี่ยนทุกปี ตามสถานการณ์ ตามพฤติกรรมคน
มุมมองเราก็เปลี่ยนทุกปี โจทย์ก็ดิ้นไม่หยุด
จากเราทำงานในเอเจนซี่โฆษณาที่เป็น Specialize มาทำในฝั่งแบรนด์ที่เน้นภาพใหญ่ขึ้น
ทั้งสนุก ทั้งท้าทาย ทั้งเบื่อ ทั้งเซ็ง ก็ปนๆ กัน
ถ้าจะให้ตกผลึกสักสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับงานด้านนี้ ในวัยนี้
เราพบว่า บางทีงานสื่อสารอาจจะไม่ได้เริ่มต้นที่การเข้าใจ Target เหมือนที่เราคุ้นเคย
แต่งานสื่อสารเริ่มที่การเข้าใจตัวเอง (คนสื่อสาร) ก่อนเป็นอันดับแรก

Your Persona, Your Communications
เราคิดว่างานสื่อสารไม่สามารถแยกตัวตนคนทำกับเนื้องานได้ ด้วยความเป็นงานสาย Arts แหละมั้ง
ตัวตนคนทำจึงสำคัญมาก แล้วเราเข้าใจ Persona ของเราดีแค่ไหน?

  • Demographic
  • Psychographic
  • Geographic
  • Emotion
  • Etc.

เราพบข้อดีของการเข้าใจ Persona ของตัวเองว่า
มันช่วยให้เห็น Gap ของงานตัวเอง เห็น Bias ของงานตัวเอง
และอีกมุมหนึ่ง พอเราเข้าใจตัวเอง เราจะใจกว้างกับ Persona ของแต่ละ Target มากๆ
ไม่ยึดว่าลูกค้าจะสนใจแบบนี้ ชอบแบบนี้ เป็นแบบที่เราคิด
สุดท้าย มันพางานเราไปได้ไกลกว่าตัวเรา แต่เป็น Persona ของลูกค้าเราได้จริงๆ

นอกจากนั้น ลึกๆ เรายิ่งเชื่อว่าการเข้าใจจุดยืนและความเป็นเรา จะยิ่งสำคัญมากกับการทำงานสื่อสารในอนาคต
บนโลกที่มีความเห็นหลากหลายแตกต่าง เพราะจะทำให้เรารู้ทันตัวเอง รู้ทันงานของตัวเอง
รู้ว่างานเราควรอยู่ตรงไหน และสื่อสารอย่างไร

ปีนี้ เราตั้งใจอยากจะทำงานให้มีอารมณ์ขัน ตลก สบาย เบา
แต่เราไม่ใช่คนตลก เราไม่อินงานตลก เราไม่อินงาน Entertain เราชอบงานลึกๆ ซับซ้อนๆ
ช่วงปีนี้ เราเลยพยายามดันงานแบบนี้ให้ได้ เล็กๆ น้อยๆ (ในงานที่ Target น่าจะชอบแบบนี้)
ทุกอย่างมันเริ่มจากวันที่เรารู้สึกว่า “กุแม่งไม่ตลกว่ะ” ทำไงดี
แต่ sense of humor ดันสำคัญกับงานสื่อสารเหลือเกิน
ตอนนี้มีบางงานออกมาแล้ว และไม่ใช่ตัวเราสุดๆ แต่เรากลับแฮปปี้มากๆ
(และหวังว่าคนอื่นจะแฮปปี้ด้วย 555)

แอบนึกย้อนไปว่า ก็เหมือนกับช่วงทำงานเอเจนซี่ใหม่ๆ
มีรุ่นพี่เคยบอกว่าเป็นครีเอทีฟต้องเสพย์งานเยอะๆ หลายๆ แบบ
ที่แท้ก็คงเป็นแบบนี้มั้ง เพราะเราต้องทำงานให้ได้หลายๆ แบบ Customize ตามโจทย์ได้
ยิ่งยุคนี้ที่อัลกอริทึมเลือก Content มาเสิร์ฟให้เราอัติโนมัติ
เราก็อาจจะต้องระวัง จะติดอยู่ใน Echo chamber ของตัวเองมากไป

การทำงานเป็นทีม จึงเป็นทางลัดหนึ่งที่จะช่วยได้มากๆ
เป็นโอกาสเจอมุมมองที่ต่าง มี Persona ที่หลากหลายมาคุยกัน
เราเองยังแอบขอบคุณทีมเสมอ ที่ช่วยติช่วยเตือน
เพราะการไม่เป็นตัวเองจนเกินไปในงาน ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ 555

เราเคยคิดว่างานที่มีลายเซ็นคนทำ มันเป็นสิ่งสำคัญมากๆๆๆๆๆ
แต่พอมาวันนี้ ที่บทบาทหน้าที่งานของเรา มันต้องการภาพกว้างขึ้น
เราก็คงอยากเห็นตัวเองและงานของตัวเองยืดหยุ่น เป็นได้ทุกอย่างมากขึ้น
ลึกๆ เชื่อว่า เส้นแบ่งสื่อจะน้อยลงด้วยเช่นกัน PR / Ads / Film / Internal จะหลอมรวมมากไปกว่านี้
ทักษะของคนทำด้านนี้ จะไม่ใช่แค่ว่าคุณใช้เครื่องมือเก่งแค่ไหน
แต่คุณจะเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม ทั้ง Objective, Target, Budget, Resource
ทักษะที่สำคัญอย่างนึงก็คือ การเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ นั่นเอง 555

เรารู้ว่าเราเป็นใคร ในฐานะตัวเราเอง
แต่ในฐานะนักสื่อสาร เราไม่อยากเป็นใครเล

Leave a comment