ช่วงนี้ เราเจอ chaos ใหญ่ รับวัย 30
30 มา 10 วัน ร้องไห้ไปเป็น 10 รอบ
แต่ก็เชื่อลึกๆ ว่าจะเป็นน้ำตาแห่งการเติบโต
เหนื่อย ท้อ แต่ก็ยังมีหวังอยู่
Chaos ที่ชื่อว่า “การค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปในรายละเอียด”
ทุกอย่างเป็นเพราะเรากำลังทำเรื่องที่เวรี่ใหม่ในชีวิต
การย้ายคอนโดมาอยู่คนเดียวเต็มตัว
ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองเต็มๆ แล้ว
เอกสาร ค่าใช้จ่าย ซ่อมแซม ดูแล ความปลอดภัย การบริหารจัดการ
คงเพราะแต่ก่อนอยู่กับพี่ บางเรื่องมันเลยพึ่งพี่ได้
เราไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากขนาดนั้น
(ซึ่งพอมาย้อนดู ก็รู้สึกตัวเอง ignorant มาก)
เรื่องบ้านมีรายละเอียดเยอะมากกว่าที่เตรียมใจไว้
ทำให้ต้องตัดสินใจ แก้ปัญหา และรับผิดชอบสิ่งเหล่านั้นเอง
บางอย่างก็เหนือขอบเขตความรู้ ประสบการณ์เราจริงๆ
บางอย่างก็เกิดขึ้นแบบ unexpected
ท้อไปหมด พูดกับตัวเองเช้าเย็นว่าไม่ไหวแล้ว
ไม่มั่นใจเลยว่าเราจะรับผิดชอบตัวเองเต็มๆ ได้เอง
รู้สึกเรื่อยๆ ว่าตัดสินใจผิด อยากหนีวันละหลายรอบ
ถึงเราจะเตรียมตัวดีแค่ไหน แพลนไว้มากแค่ไหน
แต่บางเรื่องมันเกิดขึ้นระหว่างทางได้
เราอึดอัดกับเรื่องนี้มาก เพราะไม่ได้คิดถึงพาร์ทนี้มาก่อน
ไม่ใช่คนชอบใส่ใจรายละเอียด ชินกับการมองภาพใหญ่ การพุ่งเป้า
พอต้องมา work เรื่องระหว่างทางเหล่านี้เต็มๆ
สมอง จิต กาย เลยปั่นป่วนไปหมดเลย
ฟีลเหมือนคนถนัดขวาต้องมาใช้มือซ้ายให้เก่ง ไม่ใช่แค่ใช้ได้
ผ่านมาจะวีคนึง ก็ยังซึมอยู่กับตัวเอง
ความเศร้า ความคิดมาก ความรู้สึกผิดหวัง เหนื่อย
แต่มันก็ดีขึ้นแหละ ใจเย็นขึ้น เริ่มรู้สึกค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปได้บ้างแล้ว
งานเข้าครั้งนี้ พาลให้รู้สึกว่าเรามั่นใจเกินไปแหละว่าตัวเองรับผิดชอบได้ทุกอย่าง
เราพร้อมจะเป็น newbie ได้กับทุกเรื่องจริงๆ
เรากำลังเรียนรู้ที่จะจัดการชีวิตแบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
ไม่โถมตัว โถมแรง โถมใจ
ตอนนี้ที่ดีขึ้นก็ไม่ใช่เพราะตัวเราคนเดียว
แต่เป็นเพราะคนรอบข้าง
เครดิตทั้งหมด ยกให้เพื่อนพี่น้องครอบครัวคนรอบตัว
เป็นช่วงที่ได้ตระหนักจริงๆ ว่าการมีคนข้างๆ สำคัญแค่ไหน
คำว่าคนมาช่วยพยุง คือมันทั้ง สมอง กาย ใจ จริงๆ
คอยให้ข้อมูล ให้คำปรึกษา
ให้พิง ให้พ่นความรู้สึกใส่
ไว้ใจให้น้ำตาไหล
ฟังและไม่ตัดสินใจ
ปลอบและช่วยแนะนำ
บนความเครียดที่เกิดขึ้น เราดีใจและขอบคุณมากๆ
น้ำใจ ความเมตตาที่ทุกคนส่งมา
ทำให้เราอยากใส่ใจคนอื่นให้มากขึ้นเหมือนกัน รู้สึกอย่างนี้จริงๆ
คนเราคงมีเรื่องที่ให้เหนื่อยไม่เหมือนกัน
มีเรื่องที่ถูกบังคับให้ใช้มือซ้ายไม่เหมือนกัน
เพราะงี้ล่ะมั้ง เราเลยต้องอยู่ด้วยกัน ดูแลกันไปเรื่อยๆ
ขอบคุณทุกคนเลย
ขอบคุณที่ทำให้เราอยู่ได้ และยังอยู่ ยังไม่หนี
สภาวะตอนนี้ ทำให้เราเข้าใจคำว่า “ไม่สู้ ไม่หนี” ได้ดีขึ้น
เป็นช่วงที่ค่อยเป็นค่อยไป ทยอยดูแลตัวเอง และดูแลปัญหา
บางทีก็เท่านี้แหละที่ต้องการตอนนี้
แค่ไม่หนี ก็ภูมิใจตัวเองมากๆ แล้ว

ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะอยู่กับมันได้เก่งขึ้น
คงใช้เวลาสักพัก และมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย
แต่ละช่วงวัยก็มีความรับผิดชอบคนละแบบจริงๆ
ในวันที่เราเริ่มทำงาน ชีวิตก็ require อย่างนึง
แต่ตอนนี้มันต้องเปิดไปอีกขั้น
เป็นบทเรียนในวัยเริ่ม 30 ที่คุ้มค่าเหลือเกิน แม้จะเหนื่อยชิบหาย
ว่าชีวิตแต่ละ Step มันต้องการความรับผิดชอบคนละแบบ
ก็คงต้อง learn, relearn, unlearn จริงๆ
อย่าอีโก้เลย
Chaos ครั้งนี้เริ่มต้นที่เรื่องคอนโด
แต่บทเรียนที่ได้ คงเอาไป apply กับหลายๆ พาร์ทในชีวิตจากนี้
ขอให้ตัวเองยังมีความหวังเสมอ
ไม่อยากลืมเลย

1 Comment