let me express, เราไม่ต้องมี objective ในทุกเรื่องก็ได้

ปกติในชีวิตการทำงานทุกครั้ง
เมื่อเริ่มงานอะไรก็ตาม เรามักจะเริ่มต้นด้วยวัตถุประสงค์ก่อนเสมอ
เพื่อให้รู้ว่าต้องทำอะไรในลำดับต่อไป และทำเพื่ออะไร จะวัดผลอย่างไร
ด้วยเพราะเราทำงานสายธุรกิจ การสื่อสารด้วย

การคิดถึงโจทย์ คิดถึงลูกค้า คนรับสารก่อนเป็นอันดับแรกก็เป็นเรื่องปกติมากๆ
อีกทั้งเมื่อทำงานกับคนหมู่มาก การตั้งเป้ายังเหมือนเป็นภาษากลางระหว่างคนทำงานด้วยกัน

ที่ช่วยให้เรามองเป้าเดียวกัน แม้จะทำงานกันคนละพาร์ทแต่ก็ sync กัน

ด้วยความคุ้นชินเรื่องการตั้ง objective และรู้สึกว่ามันก็ทำให้ชีวิตชัดเจนดี
เราก็มักเอาเรื่องการตั้งเป้ามาเบลนในพาร์ทอื่นๆ ของชีวิต
แพลนของวันนี้มีเป้าอะไรบ้าง? ไปหาเพื่อนมีเป้าหมายอะไร? กลับบ้านต่างจัวหวัดไปเพื่ออะไร?
มันอาจจะดูเป็นคำถามที่แข็งๆ เย็นชาอะไรจะต้องมีข้อกำหนดขนาดนั้น
แต่เวลาตอบคำถามพวกนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรมากนะ
กลับบ้านเพราะปีใหม่ กลับบ้านเพราะพักผ่อน กลับบ้านเพราะงานแต่ง
ไปหาเพื่อนเพราะคิดถึง ไปหาเพื่อนเพราะวันเกิด
คือ วัตถุประสงค์ที่ตอบตัวเองมันสามารถเป็นอะไรก็ได้
เพียงแต่ขออย่างเดียว คือ ฉันต้องรู้ว่าทำอะไรไปเพื่ออะไร
นั่นคงเป็นจุดประสงค์เดียว ที่เราต้องชัดตัวเองเสมอ

IMG_0838

ปีที่ผ่านมา เพื่อนเราไปเรียนถ่ายรูปที่โปแลนด์
บ่อยๆ นางก็จะส่งรูปมาถามความเห็นให้ช่วยเลือกหน่อยว่ารูปไหนสวย จะเอาไปส่งงาน บลา บลา บลา
เวลาที่นางส่งมาก็จะไม่มีโจทย์มาให้ แค่ถามว่าอันไหนสวย ชอบอันไหน
ซึ่งในใจเรา ก็จะรู้สึกขัดๆ อยู่เหมือนกัน คือ โยนโจทย์มาหน่อยได้มั้ย
อยากให้คนดูดูภาพนี้แล้วได้ message อะไร หรือรู้สึกยังไง จะได้เลือกถูก
แต่พอถามไปนางก็ไม่มีให้เหมือนเดิม
สุดท้ายแต่ละครั้งก็เลือกๆไป ตามความคิดตัวเอง
โดยที่ก็ยังไม่เข้าใจเพื่อนมันเหมือนกัน ว่าทำไมไม่มีโจทย์
แอบรู้สึกส่วนตัวว่าถามแบบนี้ไม่น่า efffective นะ (อ่าว ด่าเพื่อนไปอีก 555)

3 รูปด้านล่างนี้ชอบรูปไหนกัน?


จนเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว บังเอิญได้ฟังคลิปสัมภาษณ์ Pyra ศิลปินคนไทยที่ดังในต่างประเทศ
Pyra เล่าเรื่องชีวิต เป้าหมาย ประสบการณ์เล่นคอนเสิร์ตเวทีระดับโลก ฯลฯ
แต่มีประโยคหนึ่งที่ Pyra พูดแล้วเราสะดุด 
“Pyra เป็นศิลปิน ศิลปินคือการ express ตัวเอง
เราไม่ใช่ไปคิดก่อนว่าคนฟังอยากฟังอะไร”
“Pyra เป็นศิลปินเพราะต้องการ express อะไรบางอย่างที่เราไม่สามารถพูดออกมาได้
แต่เราสามารถนำเสนอเป็นดนตรีแทน”

(ตามไปลองดูบทสัมภาษณ์กันได้ที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=L4GTFpxXXFQ&t=2205s)

โมเม้นท์ที่ได้ฟัง Pyra พูด เราปิ๊งแว๊บไปถึงภารกิจเลือกรูปที่เพื่อนส่งมาบ่อยๆ
เป็นโมเม้นท์ที่เรารู้สึก enlighten กับตัวเองนิดนึงเหมือนกัน
ว่ามันก็มีบางศาสตร์ บางมุมของชีวิตที่เน้นการ express ปลดปล่อยจากมุมตัวเอง
ไม่ได้เน้นการยึด objective ที่ถูกกำหนดมาแต่แรก

IMG_0837

ช่วงหลังๆ มานี้ เราเลยลองพยายามหาอะไรทำที่ได้ express ตัวเองมากขึ้น
ด้วยความอยากรู้ อยากลองด้วยแหละว่าจะเป็นยังไง
จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ เราใช้การวาดรูป ถ่ายฟิล์ม เขียน
แต่ process ที่เปลี่ยนไปหลักๆ ก็คือการคุยกับตัวเองจริงๆ
และถ่ายรูปที่มาจากเนื้อจากตัวของเรา แล้ววาดภาพที่มาจากอินเนอร์เรา

คือ เน้นมองเข้าไปข้างในตัวเองว่าอยากสื่อสารอะไร มากกว่ามองออกข้างนอก
ไม่มัวแต่ยึดติดกับการตั้งโจทย์ หรือหาโจทย์จากคนอื่น แต่เป็นเสียงของเราจริงๆ

พอลองทำ พบว่าสนุกดี ได้ปลอดปล่อยความคิด มุมมองตัวเอง
และอนุญาตให้ตัวเรา ณ ขณะนั้นได้พูด โดยไม่ได้มีอะไรตีกรอบ

Present at the moment

ซึ่งถึงเราจะไม่ได้เป็นศิลปิน แต่ในฐานะคนคนนึงการได้ปลดปล่อยความคิดของตัวเองออกมาบ้าง
มันก็เป็นการได้กลับมาหยุดคิด ทำความเข้าใจตัวเอง และดูแลตัวเองไปพร้อมกัน
และในอีกมุมหนึ่งเมื่อเราได้ตระหนักว่าตัวเราก็มีพาร์ทที่อยาก express ความเป็นตัวเองออกมา
ก็ช่วยให้เราเคารพคนอื่นๆ ที่เค้าก็มีสิทธิ์ในการ express เช่นเดียวกัน

จะว่าไปนี่เป็นบทเรียนที่ได้มาแบบประหลาดเหมือนกันนะ
ประกอบร่างจากบทสนทนาเลือกภาพของเพื่อน กับการดูคลิป Youtube
แต่ถือเป็นโชคดีที่เรื่องนี้วิ่งเข้ามาในชีวิต
ไม่งั้นก็คงจะตีกรอบว่าทุกเรื่องจะต้องมี objective ไปหมด คุยกับใครเค้าก็คงจะอึดอัด

รู้สึกว่าชีวิตบาล๊ํานซ์ขึ้นเยอะ สบายขึ้นเยอะเหมือนกันนะ
เหมือนเรามี choice ในการใช้ชีวิต ไม่ได้ต้องยึดติดกับ objective เพียงอย่างเดียว

รูปไหนดีกว่า?

ทุกวันนี้ไม่งงแล้ว ถ้าเพื่อนจะถามว่าชอบรูปไหน
เราก็แค่ตอบจากมุมที่เรารู้สึก นึกคิด ไม่ใช่เรื่องแปลกสักหน่อย
เราอาจไม่รู้ว่าคนถ่ายเค้าพยายาม express อะไรผ่านภาพ (นอกจากมันจะบอก)

แต่เรารู้แน่ๆว่าเมื่อเห็นภาพแล้ว เกิด expression อะไรกับเรา

รูปทั้งหมดใน blog นี้มาจากเพื่อนปอนด์
ผู้ที่ส่งรูปมาทั้งอวดและให้เลือกตลอดเวลา
ขอบคุณก้าบบบบบบบ

ปล.เอาเข้าจริง รู้สึกว่าตัดสินยากเหมือนกันว่างานแบบไหนจะเรียกว่ามี objective หรือไม่มี
แอบมองว่าถึงแม้จะเป็นงานที่ express เรื่องของตัวเองออกมา
ก็น่าจะมีโจทย์ของตัวเองหรือเปล่า เราอาจไม่มีประสบการณ์ด้านนี้จริงๆ 
เลยอยากไม่เข้าใจ process ของการทำงานแบบคนที่ express เป็นหลัก
ถ้าใครมีประเด็นเสริม เพิ่มเติมได้นะ

Leave a comment