เราทำอย่างไร เมื่ออยากเข้าใจในตัวเองมากขึ้น?
ไปใช้เวลาอยู่กับตัวเอง?
เขียนไดอารี่?
ให้เพื่อนสะท้อน?
น่าจะมีหลายวิธีที่ช่วยให้เราค้นพบตัวตนเราข้างใน
แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร ส่วนตัวเราเชื่อว่ามันจะมี mindset ที่สำคัญซ่อนอยู่
มี mindset หนึ่งที่ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมากในการทำความเข้าใจตัวเอง
เราได้ตระหนักหลังจากไปเข้า workshop: Insight Improvisation ของครูโจเอล
Workshop นี้ผสมผสานกระบวนการละคร การทำสมาธิ และการบำบัดเอาไว้ด้วยกัน
เพื่อพาเราไปสำรวจตัวเอง ตระหนักรู้ในตัวเอง
สิ่งที่ทำใน Workshop คือ แสดงละครเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์ ความรู้สึกในตัวเอง
ถ้าในวันนั้นมีใครแวะเวียนมาที่คลาสก็จะเห็นกลุ่มคนยืน นอน กลิ้ง คลาน กระโดด ตะโกน
เคลื่อนไหวร่างกายไปมา จนอาจงงๆ ว่าคนกลุ่มนี้กำลังทำอะไรกัน
กระบวนการดำเนินไปอย่างน่าสนใจ โอเจลพาพวกเราไปเจอประสบการณ์ต่างๆ
แต่มีประโยคหนึ่งที่โจเอลพูดในระหว่างคลาส และเราจำได้อย่างแม่นยำ
If you think it’s good, don’t do it.

เราได้ยินประโยคนี้ครั้งแรกเมื่อโจเอลให้โจทย์ออกไปทำการแสดงหน้าชั้น ต่อหน้าเพื่อน
โจเอลเพียงแต่บอกว่าทำอะไรก็ได้ และ If you think it’s good, don’t do it.
สาบานว่างง แล้วให้ทำไงล่ะเนี่ยยยยยยยยยยย
ขนาดตอนนั้นเราไม่ใช่คนออกไปแสดง ยังงงแทนคนอยู่ตรงนั้น
แต่แล้วนักแสดงข้างหน้าห้อง ก็ค่อยๆ ถ่ายทอดเรื่องราวออกมา
เคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบต่างๆ ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ออกมา
ไม่แน่ใจว่าเขาคิดอะไรอยู่ในหัวหรือเปล่า
แต่เราเริ่มเห็นอิสระและความไหลลื่นที่ปรากฎอยู่ข้างหน้า
จังหวะนั้นยังไม่เข้าใจประโยคของโจเอลหรอก
รู้แต่ว่า มนุษย์เราก็สามารถ “ทำไปเลย” ก็ได้นี่นา ไม่ต้องรอคำว่า “ดี”
เมื่อถึงตาตัวเอง ก็เป็นนาทีที่ได้เข้าใจอะไรมากขึ้น
เราลองละทิ้งคำว่า “ดี” แล้วปล่อยตัวไหลไปกับอารมณ์ ความรู้สึก
สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เราเจอท่าทาง อารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลายเกินกว่าที่เคยคิดถึง
เหมือนเป็นภาษาที่เกิดจากตัวเราเอง เรากำลังกำหนดความหมายในแบบของเรา
เช่น เหงา แต่กรีดร้อง แทนการนั่งขดตัวคุดคู้
วิงวอนด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง มากกว่าน้ำเสียงร้องขอ อ่อนโยน
ตะโกนจนหน้าตาบิดเบี้ยว ลืมตัวตนที่เคยห่วงภาพลักษณ์
เมื่อนึกย้อนดูภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันแตกต่างจากท่าทางที่จะเกิดขึ้นในสภาวะปกติ
เพราะเมื่อเราละทิ้งคำว่า “ดี” ออกไป แล้วลงมือทำไปเลย
มันเหมือนเราละทิ้ง standard ทุกสิ่งที่อยู่หัวทิ้งไป
ค่านิยม ความคุ้นชิน วัฒนธรรม ความคาดหวัง
ทุกสิ่งที่เราคิดว่าต้องเป็นแบบนี้แหละถึงดี เราวางมันลง
และเลือกอยู่ข้างตัวตนของตัวเองจริงๆ
เราเหงาแบบนั่งตัวงอ เราอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ภาพเหล่านี้เป็นภาพคุ้นชินที่อยู่ในหัวเรา เมื่อเกิดอาการเหงา หรืออยากอ้อนวอนใครสักคน
ซึ่งในระหว่างทำกิจกรรม มันเกิดขึ้นเร็วมาก ควบคุมเราเร็วมาก
ถ้าไม่ได้ตั้ง mindset และอยู่กับตัวเองจริงๆ ก็คงติดกับดัก
ในแง่หนึ่ง ภาษาท่าทางแบบนี้ก็ดีที่ทำให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน สื่อสารกันเข้าใจ
แต่ในมุมการทำงานกับตัวเองแล้ว
มันอาจเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยคนอื่นมากกว่าจะเป็นตัวเรา
และไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกเราได้จริงๆ
สุดท้าย ตัวตนเราเองก็จะถูกฝังกลบไปกับท่ามาตรฐานเหล่านั้น

คำว่า “ดี” ที่เราคิดถึง
อาจป็น standard ของสังคม
อาจไม่ใช่เรา
มหัศจรรย์เหมือนกัน เมื่อเราลองถอดคำว่า “ดี” ออกจากเรื่องราวทั้งหมด
ก็เหมือนเราได้ละทิ้งค่านิยม วัฒนธรรม ความคาดหวังไปพร้อมกัน
และโอบรับทุกเรื่อง ทุกความรู้สึก ทุกท่าทาง อาการที่เกิดขึ้น
ปลดปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปอย่างธรรมชาติ ตามความรู้สึก ไม่ตัดสิน
มันอาจดูบ้า ดูเรื้อน ดูเพี๊ยน แต่มันก็คือเรา
พร้อมกันนั้น เราได้พบเจอสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง
ท่าทาง เสียงกรีดร้อง มือไม้ที่สั่นไหว ร่างกายนอนราบและเลื้อยคลานที่เราปล่อยออกมา
เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นภาษาที่เป็นของเราเอง
และสามารถสะท้อนตัวตนเราได้มากมาย
ซึ่งเราเชื่อว่า ถ้าไม่ถอดคำว่า “ดี” ออก ก็คงไม่ได้พบเจอ
ต้องขอบคุณคลาสวันนั้น ที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า
ถ้าอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น
อยากค้นหาตัวตนข้างในตัวเองลึกกว่าเดิม
จงถอดคำว่า “ดี” ออก
If you think it’s good, don’t do it.

โจเอลมีจัด Workshop อยู่เรื่อยๆ
สนใจดูได้ที่นี่เลย I am a learner
