CHILDHOOD โรงเรียนริมป่าที่สร้างประกายตาแห่งการเรียนรู้

เคยสงสัยอยู่บ่อยๆ ว่าการที่เรามีการศึกษาในหลายระดับชั้น
อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย การศึกษานอกโรงเรียน การเรียนพิเศษ ฯลฯ
ทำไมเราต้องมีมากมายขนาดนี้
แล้วแต่ละส่วนมันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอย่างไรได้บ้าง

หลายคนคงบอกว่าก็เพราะความรู้มันเชื่อมต่อกัน ถ่ายทอดกันเป็นระดับๆ ไป

จริงอยู่…นั่นก็คงไม่ใช่คำตอบที่ผิดอะไร

4

จนเราได้ไปชมภาพยนตร์สารคดีเรื่อง CHILDHOOD: โรงเรียนริมป่า
ที่จัดโดย documentary club (ขอบคุณมากๆ ที่เอาเข้ามาค่ะ)

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ เล่าเรื่องของโรงเรียนอนุบาลออโรร่าในนอร์เวย์
ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือก แนวการสอนแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf)
บทบาทของเด็กๆ ในแต่ละวัน สนุกสนานกับการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน
เดินเข้าป่า ตัดไม้ เล่นกับสัตว์ กินมด ทำอาหาร กวาดหิมะ เล่านิทาน ฯลฯ
ไม่เน้นการนั่งเลคเชอร์ในห้องเรียน มีครูยืนหน้าชั้นสอน

บทบาทของครู ส่วนใหญ่พูดคำว่า….

“ได้สิ”
“จ้ะ”
“หนูอยากทำยังไงจ้ะ”
“เอาเลย”
“ดีมากเลย”

เราจะได้ยินคำพูดเหล่านี้บ่อยมากๆ 
คำง่ายๆ สั้นๆ เหมือนไม่มีพลัง
แต่กลับเต็มเปี่ยมด้วยพลังที่สูงส่ง
เพราะทุกคำพูดเล็กๆ จากคุณครูเหล่านี้
เหมือนเป็นเวทมนต์ปลดล็อคการเรียนรู้ของเด็กขึ้นมาทันที

63

แววตา ท่าทาง ความตื่นเต้น ความอยากรู้อยากเห็นในตัวเด็กๆ
ฉายแสงเปล่งประกายขึ้นทันทีที่มีคนส่งสัญญาณความเชื่อมั่นในตัวพวกเขา
เชื่อว่าจินตนาการของเขาไม่ผิด…อยากพูดเล่าเรื่องคนเดียวก็พูดไปเรื่อยๆ ได้
เชื่อว่าไอเดียของเขาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ…อยากลองทำอะไรด้วยตัวเองก็ลองเลย
ไม่ตัดสินว่าเป็นเด็ก แล้วไม่สามารถตัดสินใจเองได้

มันมหัศจรรย์มาก…

เพราะเมื่อครูให้บทบาทตัวเองเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ไม่ใช่ผู้ยัดเยียดความรู้
โลกการเรียนรู้ของผู้เรียนจะถูกเปิดออกกว้างเท่าที่มันจะเป็นไปได้
ต้นไม้นั้นคือของเล่น กิ่งไม้นั้นคือเครื่องครัว สัตว์น้อยใหญ่คือเพื่อน
การเรียนรู้มันจึงสนุก มันจึงเต็มไปด้วยสีสัน

และสุดท้าย…
ก็อยากเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด

8

ท้ายเรื่องในวันสุดท้ายของการศึกษา มีเด็กที่เรียนจบจากอนุบาลแห่งนี้และต้องไปเริ่มที่ใหม่
ที่โรงเรียนไม่มีพิธีรีตรองอะไรมากมาย เป็นเพียงการกอดร่ำลากันง่ายๆ

แต่เด็กๆ ในเรื่องทิ้งท้ายแรงกระเพื่อมไว้ในใจเราอย่างรุนแรง
ด้วยคำพูดที่เด็กๆ พูดคุยกันก่อนจาก

“ปิดเทอมอีก 10 อาทิตย์ก็ไปโรงเรียนใหม่แล้วเนอะ”
“อยากไปโรงเรียนแล้ว”

ถ้อยคำที่พูดออกมา พร้อมกับแววตาที่เฝ้ารอวันเปิดเทอม ณ โรงเรียนใหม่ ระดับชั้นใหม่
มันตอบคำถามเราที่เคยสงสัย

การเรียนแต่ละระดับชั้นมันเชื่อมโยงกันอย่างไรได้บ้าง?

2

ห้องเรียนแต่ละห้อง ชั้นเรียนแต่ละระดับ โรงเรียนแต่ละโรงเรียน
ไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ถ่ายทอดความรู้ที่ต่อเนื่องถึงกัน
แต่ควรส่งต่อความกระหายการเรียนรู้ต่อกันไปเรื่อยๆ

เรียนวิชานั้น แล้วอยากรู้ต่อ
เรียนจบชั้นนี้แล้วอยากรู้ลึกไปอีก
เป็นห่วงโซ่ของการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ยิ่งในยุคปัจจุบันที่โลกหมุนเปลี่ยนรวดเร็ว
องค์ความรู้ถูกท้าทายไม่เว้นแต่ละวัน
สิ่งที่เราควรพาผู้เรียนยุคนี้ไปถึง
ไม่ควรเป็นจุดที่แววตาแห่งการเรียนรู้ของผู้เรียนเปล่งประกายไม่มีวันมอดดับหรือ?

1

 

ไม่ใช่ทำให้ผู้เรียนเป็นแค่คนที่มีความรู้
แต่เป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต

 

CHILDHOOD บอกเรา.

 

Leave a comment