ภาวะไร้มุมมองแห่งการตัดสิน (judging)

ประสบการณ์ “ครั้งแรก” มักทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง
บ้างกลัว บ้างหวั่น บ้างตื่นเต้น มันก็หลากหลายปนกันไป
ด้วยความไม่มีประสบการณ์มาก่อน
แต่สำหรับเราที่พึ่งเจอมา กลับสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ
และมันก็ชวนให้เราสังเกตตัวเองในบางประเด็น

IMG_1326

ครั้งแรกของการจัดกระบวนการเรียนการสอน

สำหรับเราที่กำลังเรียนอยู่ในคณะทางการศึกษา
การจัดกระบวนการสอนดูเป็นเรื่องที่น่าจะคุ้นเคย
เพื่อนหลายคนเป็นครูโดยวิชาชีพ แต่เราที่ไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน
เรียกได้ว่าประสบการณ์เท่ากับศูนย์
เมื่อวีคที่ผ่านมาเลยได้ลองจัดกระบวนการเรียนการสอนครั้งแรก
ต้องใส่เนื้อหา และสร้างกิจกรรมเพื่อสื่อสารกับผู้เรียน (เพื่อนๆ ให้ห้องนั่นแหละ)

ในมุมมองของคนที่ต้องทำอะไรแบบนี้ครั้งแรก
เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าความพอดี หรือความเหมาะสมมันอยู่ตรงไหน
ทำไปตามความรู้สึกและ common sense ล้วนๆ
มองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่ามันจะออกมาเป็นยังไง
มันก็มีความหงุดหงิดหรือความไม่พอใจอยู่เบาๆ นะ ที่ไม่สามารถกะเกณฑ์อะไรได้

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็น turning point ให้ละวางตัวตนที่ถืออยู่เหมือนกัน

IMG_1319

เมื่อไม่รู้ก็พร้อมเรียนรู้

บนความไม่มั่นคงทางแนวคิด ไอเดีย ประสบการณ์
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันก็น่ามหัศจรรย์เอามากๆ
มันเป็นภาวะว่างเปล่าจากประสบการณ์เก่าๆ
เราคิด เราวางแผนบนพื้นฐานของสถานการณ์ ข้อมูล การพูดคุยตรงหน้า
ไม่มีการตัดสินอะไรมาก่อนทั้งนั้น
เราว่าก็แฟร์ดีกับการทำงานกลุ่มที่คนหลากหลาย
แล้วก็แฟร์กับเนื้อหาที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของทุกๆ ช่วง ไม่ได้ตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดีไปก่อน

ถ้าเป็นเราในเวอร์ชั่นปกติ เหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจเหมือนกันให้เป็นแบบนี้
อาจเพราะการหล่อหลอมของสังคมที่นี่ด้วย ที่ทำให้เราอนุญาตตัวเองมาทางนี้
จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าครั้งสุดท้ายอยู่ในโมเม้นท์ที่ปราศจากการ judging มันเมื่อไหร่

 

ก่อนที่เราจะเรียนรู้
เราต้องยอมรับว่าเราไม่รู้ก่อน

 

IMG_1329

จุดต่อจุด เชื่อมโยงประสบการณ์

แต่ขณะเดียวกัน ในบางพาร์ทของการออกแบบกิจกรรม
ประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราก็ช่วยให้เห็นภาพบางอย่างชัดเจนขึ้น
มันเป็นการขมวดรวมความรู้และความลองเข้าไว้ด้วยกัน
จนเรารู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อของประสบการณ์เก่าและใหม่
นี่แหละมั้งที่เค้าบอกว่าคนเราควรลองอะไรไปเรื่อยๆ
สร้างจุดแต่ละจุดให้ชีวิต แล้วสุดท้ายมันจะ connect the dot กันเอง

อย่างในการคิดกิจกรรมเล่นเกมส์
เราไม่รู้ว่าปกติคนที่เค้าทำด้านนี้คิดกันยังไง
เรามีแต่ความรู้ด้านโฆษณา เราเลยคิดบนพื้นฐานสิ่งที่เรามี
ตั้งต้นจาก Key message ต้องมีมุม twist ต้องมีจุด Peak
ต้องมีอารมณ์ ความรู้สึก และอีกหลายๆ ประเด็นที่เราใช้ framework แบบที่คุ้นเคย
จนได้กิจกรรมออกมา ซึ่งสามารถนำมาอธิบาย Content ที่ต้องการได้
Feedback จากอาจารย์และเพื่อนเป็นไปในทางบวก (มีข้อต้องแก้ไขเหมือนกัน แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี)

พอใจมันเปิดกว้าง มันไม่ใช่แค่การเปิดใจในกับการออกแบบกิจกรรม
แม้แต่การฟังคอมเม้นท์ การดูงานเพื่อนกลุ่มอื่น
มันเป็นการมองดูเพื่อพัฒนา และมองหาสิ่งที่เราควรแก้ไข
ไม่มีเลยคำว่าแข่งขัน ความโกรธของการวิจารณ์
ความรู้สึกนี้สำหรับเรามันเหมือน utopia เลยว่ะ
ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นมาได้…แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว

ถ้าถามว่ากระบวนการที่จัดมาเป็นยังไง
ตอบได้เลยว่าแผลเยอะมาก
แต่ก็เป็นแผลที่จะทำให้เราเจ็บน้อยลง ถ้าต้องทำอีก
อยากพัฒนาอีกเยอะๆ จัง

IMG_1325

เข้าใจว่าบนโลกของการแข่งขัน
เราให้คุณค่าของประสบการณ์ในฐานะเครื่องมือที่พาเรากระโดดข้ามอุปสรรค
งานจบไว ไปไว ก้าวหน้าไว
แต่มันก็คงมีบางครั้งที่ประสบการณ์ทำให้เราไม่ก้าวไปไหนเช่นกัน

ไม่สำคัญหรอกว่าต้องเลือกว่าให้มันเป็นแบบไหนสำหรับเรา
สิ่งสำคัญ น่าจะเป็นการสลับใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลาตามความเหมาะสม
ความยืดหยุ่น น่าจะเป็น keyword สำคัญ

 

Note to myself
การจัดกระบวนการมีปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจมากกว่า
Content และ execution
คนร่วมกิจกรรม การจด การสรุป การคุมประเด็น การบิ๊ว ท่าทาง
ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากๆ เช่นเดียวกัน

 

Image credit : Aj.Jamie 😀

 

Leave a comment