
ปัญหากองสุม ขยะสูงเท่าตึก 4 ชั้น
ไม่ว่าจะกี่ปี ปัญหาสุดคลาสสิคของประเทศไทยก็ยังคงมีเรื่องของ ‘ขยะ’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
หลายชุมชนมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่เว้นแม้แต่ชุมชนบ้านหัวถนน จ.ขอนแก่นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ที่มีกองขยะรวมกันสูงถึงตึก 4 ชั้น ต้องเสียเงินจัดการกองขยะปีละ 4-5 ล้านบาท
บางครั้งเทศบาลกำจัดขยะไม่ทัน ขยะต้องกองอยู่ในชุมชนหลายวัน
เกิดเชื้อโรค ความสกปรกตามมา

ผู้นำใหม่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วย Data
ปัญหาขยะที่สะสมมานาน เริ่มถูกสะสาง
เมื่อผู้ใหญ่บ้าน กฤตภาส ปรุงศรีปัญญา ถูกรับเลือกให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง
จากผู้รับเหมาก่อสร้าง ไม่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาชุมชน
หรือการทำงานราชการต่างๆ มาก่อน
แต่ด้วยความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่น
เขาเลือกจับปัญหาใหญ่สุดของชุมชน อย่างปัญหาขยะมาเป็นโปรเจ็คใหญ่


ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังถึงการเริ่มต้นว่า
นอกจากจะเริ่มจากการหาความรู้เกี่ยวกับขยะจนเกิดความเข้าใจแตกฉาน
เขาก็ทำการเก็บข้อมูลสถิติเกี่ยวกับขยะในชุมชน
โดยจากข้อมูลปี 2556 นั้นพบว่า
ในชุมชนมีขยะอินทรีย์มากที่สุด ถึง 70%
รองลงมา คือ ขยะรีไซเคิล 30%
และขยะทั่วไป และขยะมีพิษรวมกันอีกประมาณ 5%
หลังจากได้ข้อมูลขยะในชุมชนแล้ว
จึงเริ่มวางแผนบริหารจัดการ สอนชาวบ้านแยกขยะอย่างถูกต้อง
และหาวิธีในการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นของมีมูลค่า
อย่างขยะอินทรีย์ซึ่งมีจำนวนมาก เขาก็ชักชวนชาวบ้านให้นำมาทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ
หรือทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ซึ่งสามารถนำไปบำรุงพืชผักสวนครัวได้
ในส่วนของขยะรีไซเคิล ก็มีการสอนเก็บสะสม เพื่อนำไปรีไซเคิลต่อ
และชาวบ้านก็ยังมีรายได้เพิ่ม


โครงการจัดการขยะ ไม่ได้เพียงจัดการขยะที่เกิดขึ้นมาแล้ว
แต่ยังทำงานกับการกำจัดต้นตอของขยะ
เพราะหากสังเกตดูจะพบว่าเราทุกคนล้วนสร้างขยะโดยไม่รู้ตัว
ในชุมชนบ้านหัวถนนของผู้ใหญ่เองก็เช่นกัน
เมื่อลองเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ผู้ใหญ่พบว่าในช่วงงานบุญต่างๆ จะเป็นช่วงที่ขยะจำพวกโฟม จาน ชามพลาสติกเยอะมาก
เขาเลยแก้ปัญหาด้วยการมีจาน ชาม แก้ว ชุมชนให้ใช้ฟรี
ใครจัดงานอะไรในชุมชน สามารถนำไปใช้ได้
หรือในช่วงงานศพที่มักเต็มไปด้วยพวงหรีด
ผู้ใหญ่ก็ออกนโยบายชุมชนนี้ไม่รับพวกหรีด แต่ของเป็นต้นไม้ กล้วยไม้ต่างๆ
เพื่อนำมาปลูกต่อไปในชุมชน แทนที่จะทิ้งเป็นขยะ
จะเห็นได้ว่าการทำงานของผู้ใหญ่นั้น ไม่ได้ดำเนินไปด้วยแผนการเพียงอย่างเดียว
แต่มีการเก็บข้อมูล และแปลงข้อมูลออกมาเป็นแผนงานอย่างตรงจุด
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ใหญ่สามารถแก้ปัญหาขยะได้สำเร็จ
เหมือนเมื่อเรารู้จุดบาดเจ็บ หมอก็จะรักษาให้หายได้

จากใจถึงใจ ความจริงใจเท่านั้นที่ชนะใจคน
ช่วงแรกๆ ที่เริ่มโครงการก็มีชาวบ้านที่ไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำบ้าง
คิดว่าเรื่องขยะเป็นเรื่องของรัฐที่ต้องจัดการ
แต่เมื่อผู้ใหญ่ทำให้ดู ชักชวนจากกลุ่มคนเล็กๆ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
คนในชุมชนก็เปิดใจและเข้าร่วมมากขึ้น
สิ่งสำคัญ คือผู้นำต้องใจเย็น อดทน ค่อยๆ พูดคุยให้เกิดความเข้าใจ
วิถีของผู้ใหญ่จะไม่ใช้การบังคับ หรือกดดัน
แต่เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมและเข้าใจอย่างแท้จริง
มีอยู่ 1 เคสที่เป็นบ้านที่ไม่เข้าร่วมโครงการ และยังทิ้งขยะไม่เป็นที่
ไม่ว่าจะชักชวนเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ
วิธีการที่ผู้ใหญ่จัดการก็คือ เดินเข้าไปเก็บขยะพร้อมแยกให้เขาเลยทุกๆ วัน
หรือถ้าครั้งไหนที่ชาวบ้านคนอื่นๆ เดินผ่านไปเห็น ก็จะเป็นคนจับ คัด แยกให้เองเลย
จากการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เจ้าของบ้านหลังนั้นก็เริ่มเห็นว่าการแยกขยะไม่ใช่เรื่องยาก
และสุดท้าย เขาก็เข้ามาร่วมกันโครงการ และยังกลายเป็นแกนนำในหลายๆ กิจกรรมชุมชน


แรงบันดาลใจจากผู้ใหญ่ทำให้เราเห็นว่า
การแก้ปัญหาเรื่องใดก็ตาม ไม่ว่าจะใหญ่ขนาดไหน
เราควรเริ่มจากการสำรวจต้นตอที่แท้จริงของปัญหาเสียก่อน
หลายครั้งที่เรามักเดินรุดไปข้างหน้าอย่างเดียว เมื่อต้องการทำอะไรบางอย่าง
ทั้งที่เรายังไม่ชัดเจนเลยว่าปัญหาจริงๆ มันคืออะไร
ซึ่งสุดท้าย เราอาจแก้ผิดจุด เสียพลังงาน ทรัพยากรไปอย่างมากมาย
การเก็บข้อมูล บันทึกต่างๆ คือวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น
เหมือนที่ผู้ใหญ่ทำสำเร็จมาแล้ว
ทุกวันนี้ชุมชนบ้านหัวถนน จ.ขอนแก่น
กลายเป็นชุมชนปลอดขยะ 100%
และทุกวันนี้ผู้ใหญ่ก็ยังคงเก็บข้อมูลเรื่องขยะในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเอาไว้พัฒนา แก้ไขปัญหาอื่นๆ ในอนาคต
